5 ขั้นตอนสำหรับ วิธีชงกาแฟสกัดเย็น (Cold Brew) เองที่บ้าน

วิธีชงกาแฟสกัดเย็นเองที่บ้าน

5 ขั้นตอนสำหรับ วิธีชงกาแฟสกัดเย็น (Cold Brew) เองที่บ้าน

กาแฟสกัดเย็นเป็นกาแฟที่มีความหวานและละมุนมากกว่ากาแฟเย็นทั่วไป กาแฟโคลด์บรูว์ (Cold Brew) หรือกาแฟสกัดเย็นนั้นเหมาะสำหรับใครที่ชอบดื่มกาแฟเย็นที่ไม่เปรี้ยวและขมน้อย และเป็นวิธีคลายร้อนที่อร่อย โดยเฉพาะในวันที่ร้อนอบอ้าวมากๆ เราสามารถทำกาแฟโคลด์บรูว์เก็บไว้ได้เป็นเหยือกๆ โดยที่กาแฟจะไม่เสีย เพราะอยู่ได้นานถึง 7-10 วัน (หลังจากทำเสร็จแล้ว) มาดูกันเลยจ้าว่า วิธีชงกาแฟสกัดเย็น เองที่บ้านจะทำได้อย่างไร ต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง และกาแฟแบบไหนที่จะเหมาะกับกาแฟสกัดเย็นมากที่สุด

กาแฟสกัดเย็นเป็นกาแฟที่ชงเองได้ง่ายมากๆ และยังสามารถใช้เครื่องชงกาแฟได้หลากหลายประเภท มาดู วิธีชงกาแฟสกัดเย็น กันเลยจ้า:

กาแฟสกัดเย็นใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง?

การชงกาแฟ Cold Brew นั้น มีทั้งหมด 3 วิธี:

  1. เครื่องชงกาแฟเฟรนช์เพรส
  2. อุปกรณ์สกัดกาแฟเย็น หรือ
  3. ใช้ภาชนะร่วมกับกระดาษกรองกาแฟ

หลังจากเลือกอุปกรณ์ชงกาแฟสกัดเย็นแล้วนั้นอย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่นด้วย ได้แก่

  • ช้อน/ถ้วยตวงกาแฟ หรือตราชั่งสำหรับกาแฟ
  • กาแฟโปรดของคุณ
  • และตู้เย็น

เมล็ดกาแฟหรือกาแฟบดชนิดไหนที่เหมาะที่สุดสำหรับการชงกาแฟสกัดเย็น (Cold Brew)?

ในการชงกาแฟสกัดเย็นนั้นคุณไม่จำเป็นต้องใช้เป็นเมล็ดกาแฟ เพราะคุณสามารถใช้กาแฟบดหยาบได้เช่นกัน แต่ถ้าถามว่าการเอาเมล็ดกาแฟมาบดเองนั้นจะดีกว่าไหมและอร่อยกว่าไหม คำตอบนี้ตอบง่ายมากๆ เพราะอร่อยกว่าแน่นอน และหอมกว่าด้วย เพราะการบดกาแฟสดๆ เรารู้ว่ากาแฟนั้นมันถูกบดมานานแค่ไหนแล้ว แต่ถ้าหากคุณไม่ยังไม่พร้อมที่จะซื้อที่บดกาแฟ ก็สามารถแจ้งให้โรงคั่วกาแฟนั้นบดกาแฟแบบหยาบสำหรับกาแฟสกัดเย็นได้เลย เหตุผลที่ให่้ใช้กาแฟแบบบดหยาบ ก็เพราะว่ามันจะมีเศษตะกอนเหลือตกค้างน้อยกว่า

หลายๆ คนจะถามเราว่า กาแฟไหนเหมาะที่สุดสำหรับ Cold Brew ตอบได้ง่ายๆ เลยว่าไม่มีคำตอบที่ตายตัว เพราะว่ากาแฟที่เหมาะสำหรับแต่ละคนนั้นจะไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละคนจะชอบกาแฟที่มีรสชาติต่างๆ กันไป เพราะฉะนั้นควรดูว่าเราชอบกาแฟแนวไหน นุ่มนวล ขม เข้ม เปรี้ยว ไม่เปรี้ยว และอื่นๆ เพื่อที่จะหากาแฟให้เหมาะที่สุดสำหรับการชงกาแฟสกัดเย็นสำหรับคุณ แต่ถ้าถามว่า โดยรวมแล้วกาแฟที่เหมาะจะใช้ทำกาแฟสกัดเย็นที่สุด อย่างน้อย ควรเป็นกาแฟคั่วกลางไปจนถึงคั่วเข้ม (ถ้าชอบกาแฟเข้มๆ ก็ควรใช้กาแฟคั่วเข้มมาก แต่ถ้าชอบกาแฟอ่อนๆ ก็ควรใช้กาแฟคั่วกลาง แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบกาแฟนุ่มนวล ทางเราแนะนำให้ใช้กาแฟคั่วกลางค่อนเข้มจะดีกว่า) หากคุณยังไม่แน่จะว่าชอบกาแฟแบบไหนดี ลองใช้กาแฟ 3 แบบนี้ดูก่อน แล้วนำมาเปรียบเทียบความต่างของรสชาติกันว่าเราชอบแบบไหนมากที่สุด:

      อาราบิก้า 100%
      อาราบิก้าผสมโรบัสต้า
      กาแฟนำเข้าจากต่างประเทศ

หลังจากได้ลองกาแฟ 3 ชนิดนี้ มั่นใจได้เลยว่าคุณจะค้นพบรสชาติที่ถูกปากคุณ แต่อย่าลืมว่าถึงแม้คุณอาจจะไม่ได้เจอรสชาติที่คุณชอบ นั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีกาแฟที่ใช่สำหรับคุณ

เคล็ดลับในการทำกาแฟโคลด์บรูว์

หากต้องการพัฒนาและปรับปรุงกาแฟสกัดเย็นให้อร่อยยิ่งกว่าเดิมนั้น หันมาดูเคล็ดลับเหล่านี้กันเลยจ้า:

ใช้กาแฟบดหยาบ

เวลาชงกาแฟสกัดเย็น ควรเริ่มต้นจากกาแฟที่บดหยาบ หากลองแล้วรู้สึกว่ากาแฟนั้นไม่ได้รสชาติที่ลุ่มลึกหรือเข้มข้นพอ แนะนำให้ค่อยๆ เปลี่ยนมาใช้แบบที่บดละเอียดมากขึ้นกว่าเดิม และปรับไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้รสชาติที่ถูกใจ

ใช้น้ำกรอง

การใช้น้ำกรองจะช่วยรักษารสของกาแฟได้ดีขึ้น และจะช่วยให้กาแฟมีรสชาติที่หวานขึ้นและนุ่มนวลมากขึ้นอีกด้วย

ควรแช่ตู้เย็นไว้อย่างน้อย 12 ชั่วโมง

เวลาเอากาแฟมาแช่ไว้ในน้ำที่มีอุณภูมิที่ไม่ร้อน จะต้องใช้เวลาหน่อยเพราะการสกัดของกาแฟนั้นจะช้าลง และการแช่ให้นานขึ้นนั้นจะช่วยให้รสชาติกาแฟถูกสกัดออกมามากขึ้น อย่าลืมว่าคุณสามารถปรับเปลี่ยนเวลาการแช่ให้นานขึ้นหรือน้อยลงให้ตรงกับความละเอียดของการบดกาแฟหรือระดับคั่วกาแฟที่คุณใช้ เพื่อให้ได้รสชาติที่คุณต้องการ เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับความชอบของคุณ

นำกาแฟสกัดเย็นมาทำเป็นก้อนน้ำแข็งกาแฟ

หลังจากที่ทำกาแฟสกัดเย็นได้สำเร็จแล้ว คุณคงไม่อยากให้รสชาติแท้ๆ ต้องเจือจางไปกับน้ำ เราถึงแนะนำให้เอากาแฟสกัดเย็นนั้นมาทำเป็นก้อนน้ำแข็งกาแฟ จะได้เอามาใส่ในกาแฟของคุณเพื่อเพิ่มความเย็นโดยที่ไม่กระทบกับรสชาติของกาแฟ Cold Brew ของคุณ

วิธีทำกาแฟสกัดเย็นเองที่บ้าน

หลังจากที่ดูรายละเอียดปลีกย่อยกันมาหมดแล้ว ^_^ รวมทั้งวิธีการเลือกกาแฟสำหรับ Cold Brew ของคุณ เราจะมาเจาะลึกถึง วิธีชงกาแฟสกัดเย็น กันเลยจ้า กับ 5 ขั้นตอนง่ายๆ สำหรับการชงกาแฟโคลด์บรูว์:

ขั้นตอนที่ 1

ใช้กาแฟบดหยาบหรือเอาเมล็ดกาแฟมาบดหยาบ นำเมล็ดกาแฟ 1 ถ้วยตวง และตั้งค่าบดในระดับที่สูงที่สุด (หยาบที่สุด) หากที่บดของคุณไม่มีให้ตั้งค่าความหยาบหรือละเอียด คุณสามารถใช้เครื่องปั่นทั่วไป โดยที่กดปุ่มเครื่องบดให้ทำงานอย่างรวดเร็วทีละ 1 วิ กาแฟที่บดแล้วของคุณควรมีลักษณะเหมือนเกลือทะเล จะได้กาแฟบดหยาบเกือบๆ 1 ถ้วยตวง (หากใช้กาแฟบดหยาบมาแล้ว แนะนำให้ใช้ 1 ถ้วยตวง)

ขั้นตอนที่ 2

ผสมกาแฟบดกับน้ำ ใส่กาแฟบดหยาบลงไปในอุปกรณ์ที่คุณจะใช้สำหรับการชงกาแฟสกัดเย็น (ไม่ว่าจะเป็นเฟรนช์เพรส ที่สกัดกาแฟเย็น หรือขวดภาชนะ) จากนั้น เติมน้ำดื่มระดับอุณหภูมิห้องลงไปสัก 4 ถ้วย แล้วปิดฝาให้ดีๆ

ขั้นตอนที่ 3

แช่กาแฟสกัดเย็นทิ้งไว้ ที่เหลือก็เพียงแค่รอเวลาให้ผ่านไป อย่าลืมปิดฝาให้ดีๆ และแช่เย็นไว้อย่างน้อย 12 ชั่วโมง ในครั้งต่อไปเมื่อได้ลองชิมกาแฟแล้วสามารถมาปรับเปลี่ยนระยะเวลาการแช่ให้นานขึ้นหรือน้อยลงตามความต้องการ หากต้องการให้กาแฟเข้มขึ้นก็แช่ให้นานขึ้นอีกสัก 6 ชม.

ขั้นตอนที่ 4

กรองกาแฟออก หลังจากแช่ทิ้งไว้ 12 ชั่วโมงแล้ว ก็ถึงเวลากรองผงกาแฟออก หากคุณไม่ได้ใช้เครื่องชงกาแฟเฟรนช์เพรสหรือที่สกัดกาแฟเย็น ให้นำที่กรองพร้อมกระดาษกรองกาแฟ/ถุงกรองหรือผ้ากรองมาวางไว้บนปากถ้วยหรือขวดใบใหม่ แล้วเทกาแฟลงไปเพื่อกรองเศษกาแฟออก ถ้ายังมีเศษกาแฟตกค้างอยู่แนะนำให้กรองอีกครั้งหรือสองครั้ง

ขั้นตอนที่ 5

ดื่มด่ำกับกาแฟหรือเก็บความอร่อยไว้ เพลิดเพลินกับกาแฟสกัดเย็นที่คุณชง หรือเก็บแช่เย็นไว้เอาไว้ดื่มวันอื่นๆ กาแฟสกัดเย็นสามารถเก็บได้นานถึง 7 วัน

เมื่อถึงเวลาเสิร์ฟหรือดื่มกาแฟโคลด์บรูว์ คุณสามารถเติมนมลงไป หรืออาจจะหันมาลองดู 3 สูตรกาแฟโคลด์บรูว์ที่ไม่ควรพลาด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

ส่วนลด 5%
ชุดชิมกาแฟ
เอาไว้รอบหน้า
ส่งฟรี
สติกเกอร์
ลองใหม่วันหน้า
ลด 10%
ลด 10 บาท
รุ่นรับ รางวัล พร้อมกับออร์เดอร์ของคุณ!

เพียงใส่อีเมลของคุณ และกดหมุน เพื่อรุ่นรับรางวัลและส่วนลดพิเศษ!

กฎกติกา: 

  • เล่นได้แค่ 1 ครั้ง ต่อ 1 คน / บัญชี
My Cashback